Home ข่าวการเมือง เหตุยกเลิก e-ticket ขาดทุนยับ ชดเชยขนส่งมวลชน 2.5 พันล้าน

เหตุยกเลิก e-ticket ขาดทุนยับ ชดเชยขนส่งมวลชน 2.5 พันล้าน

by admin
เหตุยกเลิก e-ticket ขาดทุนยับ ชดเชยขนส่งมวลชน 2.5 พันล้านyamashitataroสังคม

เหตุยกเลิก e-ticket ขาดทุนยับ ชดเชยขนส่งมวลชน 2.5 พันล้าน

ภาระค่าใช้จ่ายรัฐบาลไม่ใช่น้อย ต้องชดเชยขนส่งมวลชนอีก 2.5 พันล้าน ขาดทุนยับ เพราะยกเลิก e-ticket การที่ใครสักคนจะเข้ามาบริหารประเทศในภาพรวมนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาวการณ์ที่มีความผันผวนและยากที่จะคาดเดาทิศทางต่อไปในอนาคตได้อย่างในยุคโควิด 19 ที่พวกเรากำลังเผชิญหน้ากันอยู่ในขณะนี้ เพราะด้วยปัญหาและความต้องการในด้านต่างๆ ของประชาชนและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ดูเหมือนว่าจะต้องชะลอการขยายส่วนงานลงแทบทุกภาคส่วน แถมนักลงทุนยังลังเลที่จะมาลงทุนธุรกิจต่างๆ เพิ่มเติมในประเทศไทย ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจทั่วโลกนั้นหดตัวลงจากเดิมค่อนข้างมาก ทั้งๆ ที่ทิศทางในการดำเนินกิจการต่างๆ นั้น มีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มาโดยตลอด

หลายคนอาจจะคิดว่ารัฐบาลนี้นั้นมีข้อเสียหลายอย่าง แต่ถ้าจะให้มองกันตามความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใครหรือองค์กรไหนๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัวด้วยกันทั้งนั้น เหมือนเหรียญที่ย่อมมี 2 ด้าน มันก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของเรา ว่าเราจะเลือกมองพวกเขาจากมุมไหนก็เท่านั้นเอง ซึ่งถ้าหากจะให้มองย้อยกลับไป ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาดูแลประเทศ ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขานั้นพยายามที่จะผลักดันให้คนไทยในได้ใช้ชีวิตที่ดี และนำสมัยเทียบเท่านานาอารยะประเทศมาแล้วหลายปี หากแต่ว่ามันไปติดตรงที่คนในประเทศของเรายังไม่พร้อมนั่นเอง จริงๆ แล้วตั้งแต่รัฐบาลยุคคสช ได้มีการออกนโยบายให้สรรพากรไปกวดขันกับร้านค้าต่างๆ ให้ออกใบกำกับภาษีการค้าทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรม และจำเป็นต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์เอาไว้บันทึกข้อมูลและออกใบเสร็จ

โดยคาดการณ์ว่าเมืองไทยจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสดให้ได้ภายใน 2 ปี แต่ตอนนี้ผ่านมาแล้วนานถึง 5 ปี แต่คนไทยก็ยังไม่ได้มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนใช้กันครบทุกคนเลย ไหนจะค่าอินเทอร์เน็ตที่มีราคาสูงเกินกว่าที่คนบางกลุ่มจะจับต้องได้ ยิ่งได้ดูคลิปดราม่าพิมรี่พายติดไฟฟ้าให้เด็กบนดอย ก็ยิ่งเห็นได้อย่างเด่นชัดว่าคนในประเทศเรานั้นยังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะปฏิรูปอะไรๆ ให้มันทัดเทียมประเทศอื่นได้ง่ายๆ แต่อาจจะยังโชคดีอยู่หน่อย ที่โรงการคนละครึ่งประสบความสำเร็จอยู่บ้าง และน่าจะพอเป็นแนวทางในการทำตามความฝันของเหล่าบรรดานักวิชาการ ที่วาดภาพเมืองไทยจะกลายเป็นเมืองที่ทันสมัยเหมือนประเทศอื่นๆ เขาได้ในอนาคต

ถ้าจะว่าไปแล้ว สิ่งที่รัฐบาลนี้พยายามจะผลักดันให้ไทยเป็นสังคมไร้เงินสดนั้นไม่ได้มีแค่เพียงเรื่องการจจ่ายเงินเยียวยาเท่านั้น แต่เมื่อหลายปีก่อน ทางหน่วยงานรัฐได้นำร่องการขึ้นรถเมล์ให้ไฮเทคมากยิ่งขึ้น ด้วยการติดตั้งเครื่องจ่ายค่าตั๋วรถเมล์อัจฉริยะขึ้นมาแทนตำแหน่งกระเป๋ารถเมล์ แต่เปิดใช้งานได้ไม่กี่วัน ก็ต้องยกเลิกระบบนี้ไป เพราะไม่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้รถเมล์ของคนไทยได้ ทำให้ในปีนี้ ทางรัฐบาลจำเป็นต้องจ่ายเงินชดเชยขสมกกว่า 4.5 พันล้านบาท เพราะต้องยกเลิกเช่าระบบ E-Ticket และต้องจ้างกระเป๋ารถเมล์ให้กลับมาเก็บเงินค่าโดยสารตามเดิมนั่นเอง จริงอยู่ที่บางอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ดี และเราควรปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าระบบเปลี่ยนแล้ว แต่คนในชาติไม่ยอมเปลี่ยน สุดท้ายมันก็ต้องวนกลับไปใช้ระบบเก่าเหมือนอย่างเช่นเคยอยู่ดี

ข่าวการเมือง

You may also like

Leave a Comment