Home ข่าวกีฬา ผลสงครามกลางเมือง กำลังทำให้ฟุตบอลพม่าตัดขาดจากโลกลูกหนัง

ผลสงครามกลางเมือง กำลังทำให้ฟุตบอลพม่าตัดขาดจากโลกลูกหนัง

by admin
ผลสงครามกลางเมือง กำลังทำให้ฟุตบอลพม่าตัดขาดจากโลกลูกหนัง

ผลสงครามกลางเมือง กำลังทำให้ฟุตบอลพม่าตัดขาดจากโลกลูกหนัง

ตามกำหนดการณ์เดิม ฟุตบอลเมียนมาร์ เนชั่นเนลลีก จะเริ่มเปิดฉากในเดือนมีนาคม ทำให้สโมสรต่างๆได้เรียกนักเตะกลับมาฝึกซ้อมตั้งแต่เดือนมกราคม แต่จากการรัฐประหารอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ก็ได้มีผลให้การเปิดฤดูกาลต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็กินเวลากว่า 3 เดือน อีกทั้งสถานการณ์ก็ดูไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น ฉะนั้นจึงมีโอกาสสูงที่ฟุตบอลลีกพม่าจะไม่ได้แข่งขันแล้วในปีนี้นับตั้งแต่กองทัพทหารเมียนมาร์ทำการรัฐประหารยึดอำนาจตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา นับจากนั้นกิจกรรม กิจการ และธุรกรรมต่างๆต้องหยุดชะงักลง รวมถึงการแข่งฟุตบอลทุกระดับภายในประเทศด้วย ซึ่งนับว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะฟุตบอลลีกต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ส่วนทีมชาติก็ส่อแววว่าจะต้องถอนทีมจากรายการแข่งขันระดับนานาชาติทั้งหมด เพราะไม่มีนักเตะมาเข้าแคมป์ทีมชาติ 

ในรอบฤดูกาลนี้ สโมสรฟุตบอลจากพม่าได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลถ้วยเอเชีย 2 ทีม ได้แก่ ฉาน ยูไนเต็ด ได้สิทธิ์เข้าไปเล่นรอบเพลย์ออฟ ศึกเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก ส่วน หงสาวดี ยูไนเต็ด ได้สิทธิ์เข้าไปเล่น เอเอฟซี คัพ แต่สถานการณ์ความวุ่นวายในเมืองของทั้ง 2 สโมสร คือ ตองจี (ฉาน ยูไนเต็ด) กับ หงสาวดี (หงสาวดี ยูไนเต็ด) ยังมีการสู้รบและใช้อาวุธหนักจากทหาร นั่นจึงทำให้การเรียกตัวนักเตะมาฝึกซ้อมย่อมทำไม่ได้ อีกทั้งปัญหาในเรื่องการเดินทางในสภาวะโควิด-19 ก็ยิ่งเป็นปัญหารุมเร้า จนสุดท้าย 2 สโมสรดังกล่าว ต้องถอนทีมไป

ปฏิทินฟุตบอลทีมชาติปีนี้ ทีมชาติพม่า มีคิวต้องลงแข่งขันฟุตบอลโลกคัดเลือกโซนเอเชีย กลุ่ม F ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในส่วนนี้อาจง่ายดายกว่าในการรวมนักเตะและส่งรายชื่อให้ครบ แต่ปัญหาติดอยู่ตรงที่นักฟุตบอลบางรายถูกสุ่มยิงจนเสียชีวิต ส่วนหนึ่งถูกจับกุม และอีกจำนวนไม่น้อยปฏิเสธจะเล่นให้กับทีมชาติ จนกว่าประเทศจะได้ประชาธิปไตยกลับคืนมา เช่น คยอ ซิน ฮเตต (ผู้รักษาประตู) ซอ มินตุน (กองหลัง)  อ่อง ธู (กองหน้า) รวมถึงรายอื่นๆที่เล่นอยู่ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งนับได้จำนวนกว่าครึ่งทีม โดยจากสภาวะและการแสดงจุดยืนของนักเตะเช่นนี้ จึงมีโอกาสไม่น้อยที่ ทีมชาติพม่า จะต้องถอนทีมเป็นชาติที่ 2 ต่อจากทีมชาติเกาหลีเหนือ และในท้ายที่สุดอาจโดนแบนในการแข่งขันระดับนานาชาติ จนกระทบต่อทัวร์นาเมนต์เอเชียน คัพ, ทีมชาติชุดยู-23 รวมถึง ทีมชุดซีเกมส์

ทั้งหมดที่ได้นำมาเล่าในวันนี้ จึงนับว่าเป็นสถานการณ์ที่ดูมืดมนและไร้สิ้นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของวงการฟุตบอลพม่า ซึ่งพวกเราในฐานะแฟนบอลจากประเทศใกล้เคียง ก็หวังแต่เพียงว่าสถานการณ์ต่างๆจะสิ้นสุดในเร็ววัน เพื่อให้นักฟุตบอล แฟนบอล และสนามฟุตบอล กลับมาคึกคักอีกครั้ง

 

 

 

ผลสงครามกลางเมือง กำลังทำให้ฟุตบอลพม่าตัดขาดจากโลกลูกหนัง

#ข่าวกีฬา

# ข่าวสนุ๊กเกอร์

You may also like

Leave a Comment