Home ข่าวการเมือง ปล่อยกู้อาจจะไม่ใช่ ทางออกที่ดีที่สุดของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ปล่อยกู้อาจจะไม่ใช่ ทางออกที่ดีที่สุดของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

by admin
ปล่อยกู้อาจจะไม่ใช่ ทางออกที่ดีที่สุดของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจKitoyamashitatar การเมือง

ปล่อยกู้อาจจะไม่ใช่ ทางออกที่ดีที่สุดของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

บางที การปล่อยกู้อาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดของการแก้ปัญหา เมื่อสิ่งที่คนต้องการคืองานและรายได้ ไม่ใช่แค่เงินเล็กน้อยที่ใช้แล้วหมดไป ดูเหมือนว่าตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมานั้น ทีมรัฐบาลชุดนี้ดูเหมือนจะเน้นเรื่องการแจกเงิน การปล่อยเงินกู้เป็นหลัก ซึ่งเราก็เข้าใจทางข้างบนดีว่าเงินนั้นมีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิต และลงทุนในการประกอบอาชีพ หากแต่ว่าเงินนั้นอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา เพราะเงินนั้นหากใช้ไม่ถูกวิธี ก็ย่อมหมดไปในที่สุด สำหรับเราแล้ว เราเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจที่ดีนั้น ครึ่งหนึ่งอยู่ที่นโยบายของรัฐบาล ที่จะไปทำ MOU กับต่างประเทศ เพื่อเร่งกระจายสินค้าของไทยส่งออก หรือไม่อย่างนั้นก็ควรจะลงทุนในโรงงานแปรรูปสินค้าให้มีมูลค่ามากขึ้น จะได้สามารถทำราคาขายต่อหน่วยได้สูงขึ้นก่อนส่งออกหรือวางขาย เพราะการแจกเงินหรือให้กู้เงินแต่เพียงอย่างเดียวนั้น มันช่วยได้เฉพาะคนที่เค้ามีต้นทุนทางเศรษบกิจและความรู้อยู่แล้ว ชาวบ้านร้านตลาดเขาไม่ได้รู้ว่าต้องลงทุนยังไงถึงจะมีรายได้ที่ยั่งยืน หรือสามารถทำกำไรได้มากๆ

แต่อย่างไรก็ตาม งานนี้รัฐบาลก็ยังยืนยันที่จะปล่อยเงินเข้าระบบเพิ่มด้วยวิธีการแบบเดิมๆ โดนการออกโครงการใหม่ให้ธนาคารชนแนวหน้าของประเทศไทยเรา ไม่ว่าจะเป็นธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ ธนาคารกรุงไทย ซึ่งจะเริ่มปล่อยกู้ให้กับกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้พิการ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 นี้เป็นต้นไป หากเข้าข่ายได้รับผลกระทบในการทำมาหากิน หรือธุรกิจต้องหยุดชะงักเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือที่เรียกกันติดปากง่ายๆ ว่าโรคโควิด 19 นั้น สามารถขอสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยไว้เพื่อช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง ผ่านกองทุนผู้สูงอายุและกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการได้ ภายใต้วงเงินและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้

  • สำหรับผู้สูงอายุสามารถขอกู้เพื่อประกอบอาชีพ รายละไม่เกิน 30,000 บาท โดยทางธนาคารจะ ไม่คิดดอกเบี้ยในช่วง 3 ปีแรก แต่จำเป็นต้องมีผู้มาค้ำประกัน เพื่อป้องกันหนี้สูญหากลูกหนี้เสียชีวิตก่อนชดใช้เงินกู้ครบจำนวน หรือหมดความสามารถในการหาเงินมาชำระหนี้ได้ ปล่อยกู้อาจจะไม่ใช่ ทางออกที่ดีที่สุดของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
  • สำหรับผู้พิการขอกู้ฉุกเฉินเพื่อประกอบอาชีพ จะได้วงเงินกู้สูงสุด ที่ต่ำลงมามากถึง 3 เท่า โดยจำกัดอยู่ที่รายละไม่เกิน 10,000 บาท แต่จะพิเศษมากกว่า ตรงที่ผู้พิการไม่จำเป็นต้องจ่ายดอกเบี้ย และไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน พูดง่ายๆ คือวัดใจกันไปเลย ว่าถ้าหากไม่มีเงินมาคืน ก็เท่ากับแจกเงินช่วยเหลือ แต่ถ้าสามารถสร้างรายได้จนมีเงินมาชำระได้ ก็ถือว่าเป็นกำไรของทางธนาคารไปนั่นเอง

จริงๆ แล้วการออกนโยบายปล่อยเงินกู้เพิ่มเติมในครั้งนี้นั้น ยังมีการปล่อยสินเชื่อเงื่อนไขอื่นๆ ซึ่งคนทั่วไปสามารถขอยื่นกู้ได้เช่นกัน แต่รายละเอียดจะต่างกันออกไปตามแต่ละโครงการ โดยบุคคลธรรมดานั้นยังต้องเสียดอกเบี้ยตามปกติ หรือถ้าอยากได้แบบปลอดดอกเบี้ยจริงๆ ก็ต้องหาผู้ใหญ่ที่มีอายุเกิน 60 ปีมาช่วยยื่นกู้ให้ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมนั้น คุณสามารถติต่อทางพัฒนาสังคมจังหวัดทั่วประเทศได้เลย หรือถ้าไม่สะดวกเดินทางจริงๆ ก็ลองโทรไปที่เบอร์ 1300 กันดูก่อนได้ เผื่อคุณไม่เข้าเกณฑ์เงื่อนไข จะได้ไม่ต้องเดินทางไปกลับให้เปลืองทั้งค่ารถและเวลาที่มี

ข่าวการเมือง

You may also like

Leave a Comment